โครงการตำบลเขียวขจีดีเด่น

             ด้วยตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของพลังประชาชน ในอันที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า จึงเป็นที่มาของโครงการ “ตำบลเขียวขจีดีเด่น”

               โครงการดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในปี ๒๕๓๓ โดยมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ร่วมกับ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดทำ “โครงการเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า ๙๐ พรรษา ปลูกป่าคุ้มบ้าน” โดยให้ประชาชนในทุกจังหวัดร่วมกันปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้พร้อมกันทั่วประเทศ และได้มีการประสานให้จังหวัดต่าง ๆ คัดเลือกหมู่บ้านที่มีความพร้อมเป็นแกนนำในการปลูกต้นไม้และบำรุงรักษา ตลอดจนขยายผลไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ จำนวน ๙๐ หมู่บ้าน ใน ๗๒ จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) และเรียกชื่อหมู่บ้านดังกล่าวว่า “หมู่บ้านรักแผ่นดิน” พร้อมกับมอบเงินเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาต้นไม้ หมู่บ้านละ ๕,๐๐๐ บาท และเพื่อเป็นกำลังใจกับประชาชนในหมู่บ้านอีกทางหนึ่ง

                ต่อมาในปี ๒๕๓๔ จึงได้จัดให้มีการประกวด “หมู่บ้านเขียวขจีดีเด่น” ขึ้น โดยคัดเลือกจากหมู่บ้านรักแผ่นดิน ๙๐ หมู่บ้าน ให้เหลือปีละ ๙ หมู่บ้าน และมอบโล่เกียรติยศพร้อมเงินกองทุนหมู่บ้านละ ๒๐,๐๐๐ บาท แก่หมู่บ้านที่ชนะเลิศ เพื่อนำไปจัดสร้างศูนย์เพาะชำกล้าไม้ จนถึงปี ๒๕๓๙ มีหมู่บ้านที่ได้รับรางวัลจำนวน ๕๔ หมู่บ้าน

               จากนั้นในปี ๒๕๕๐ ได้มีการยกระดับการประกวดจากหมู่บ้านเป็นตำบลและมีการเปลี่ยนชื่อจาก
“หมู่บ้านเขียวขจีดีเด่น” เป็น “ตำบลเขียวขจีดีเด่น” นับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยแต่ละปีจะมีการมอบรางวัลให้กับตำบลเขียวขจีดีเด่น จำนวน ๗๕ ตำบล จาก ๗๕ จังหวัด ประกอบด้วย โล่เกียรติยศ พร้อมกับเงินรางวัลตำบลละ ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำไปจัดสร้างศูนย์เพาะชำกล้าไม้เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนมีความกระตือรือร้นในการปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้ต่อไป

             คุณสมบัติตำบลที่เข้าประกวด

                ๑. เป็นตำบลพัฒนาที่ได้รับการคัดเลือกให้ชนะเลิศการประกวดในระดับจังหวัด ประจำปีและไม่เคยได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับเขตประจำปี ในปีใดปีหนึ่งมาก่อน
                ๒. ประชาชน ผู้นำท้องถิ่น และคณะกรรมการตำบล มีความสมัครใจจะส่งตำบลเข้า ประกวด โดยผ่านการรับรองจากกรรมการสภาตำบล
                ๓. ประชาชน ผู้นำท้องถิ่น ตลอดจนผู้นำองค์กรของประชาชน มีความ ขยันหมั่นเพียร และมีความสามัคคีร่วมใจกันพัฒนาตำบลของตนเอง ตามแผนพัฒนาหมู่บ้านและตำบล
                ๔. เป็นตำบลที่มีการปลูกต้นไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาริมทางปลูกต้นไม้ผลและไม้ เอนกประสงค์ในชุมชน ปลูกไม้ในวรรณคดีบริเวณวัด มีเรือนเพาะชำกล้าไม้ โดยประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานและดูแลรักษา

           จากปี ๒๕๓๔ จนถึง ปี ๒๕๔๘ มีหมู่บ้านและตำบลที่ได้รับรางวัลจากมูลนิธิฯ รวม ๕๔ หมู่บ้าน ๕๗๕ ตำบล 

 
 
  Copyright © 2007 The Rajapruek Institute Foundation, All Rights Reserved.