โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ฯ
แนวทางการปลูกป่าของมูลนิธิฯ ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ

                การปลูกป่าในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ มูลนิธิฯ ได้ดำเนินรอยตามเบื้อง พระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยยึดแนวทางตามพระราชดำริที่ทรงพระราชทานไว้ กล่าวคือ ปลูกให้เป็นป่า ไม่เป็นแถว เป็นแนว ให้ปลูกพันธุ์ไม้เมืองหลายชนิดผสมผสานกันและปลูกไม้ที่มีผลเป็นอาหารของสัตว์ป่า ปล่อยให้ป่าฟื้นตัวตามธรรมชาติ

              “...ท่านนายกฯ ได้พูดถึงการปลูกป่า ปลูกหญ้าแฝก สองอย่างนี้ต้องทำเข้าคู่กัน. ได้ทำตัวอย่างให้ดูที่จังหวัดนครนายก. เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ได้ทำเป็นเขื่อนกั้นน้ำสำหรับชะลอน้ำ ไม่ใช่เขื่อนกั้นน้ำใหญ่ หรือ เขื่อนเล็ก ๆ. ในบริเวณนั้นมีฝายชะลอน้ำ ๓๕ ตัว แต่ค่าทำฝาย ๓๕ ตัวนี้ คนอาจจะนึกว่า ๓๕ ล้าน. ไม่ใช่ ๒ แสนบาท ทำได้ ๓๕ ตัว ยังไม่ได้เห็น แต่ว่ากล้าที่จะยืนยัน ว่าได้ผล ถ้าใครสนใจ ไปดูได้ที่ใกล้บ้านบุ่งเข้ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ไปดูฝายชะลอน้ำ ๓๕ ตัวนี้ ไปดูว่าป่าจะขึ้นอย่างไร. เพิ่งเสร็จมาไม่กี่เดือน จะเห็นว่าป่านั้นเจริญ ไม่ต้องไปปลูกสักต้นเดียว มันขึ้นเอง.
 

                 เรื่องต้นไม้ขึ้นเอง มีอีกแห่งหนึ่งที่ท่านทั้งหลายก็ควรจะไปได้ เพราะไปง่าย คือโครงการเขาชะงุ้ม ที่จังหวัดราชบุรี. ที่ตรงนั้นอยู่ใกล้ภูเขา เป็นที่ที่ป่าเสียไป เป็นป่าเสื่อมโทรม ที่เรียกว่าป่าเสื่อมโทรมเพราะมันไม่มีต้นไม้ไม่มีชิ้นดี เริ่มทำโครงการนั้นมาประมาณ ๗ ปี เหมือนกัน. ไปดูเมื่อสัก ๒ ปี หลังจากทิ้งป่านั้นไว้ ๕ ปี ตรงนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ป่าเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องไปปลูกสักต้นเดียว. คือว่าการปลูกป่านี้สำคัญอยู่ที่ปล่อยให้เขาขึ้นได้. คืออย่าไปตอแยต้นไม้ อย่าไปรังแกต้นไม้ เพียงแต่ว่าคุ้มครองเขาหน่อย เขาขึ้นเอง.

               อีกแห่งหนึ่งก็ที่ชะอำ ดินเสียจนเป็นดินแข็ง. ไปปลูกหญ้าแฝก. เพียง ๒ ปี ดินร่วนและต้นไม้ที่หงิกงอของเดิมนั้น เดี๋ยวนี้ตรงหมดแล้ว เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ แล้วต่อไปป่าอุดมสมบูรณ์นั้น ก็จะทำให้ดูดความชื้นจากอากาศ. ทำให้เมฆที่อยู่ในอากาศ ลงมาเป็นฝนได้. ฉะนั้นเมืองไทยต่อไป ก็จะเป็นเมืองอุดมสมบูรณ์ ไม่แร้นแค้น ไม่เป็นทะเลทรายอย่างในระยะ ๒๐ ปีที่ผ่านมานี้ เมืองไทยจากที่อุดมสมบูรณ์ เป็นสวน เป็นไร่ เป็นป่า กลายเป็นทะเลทราย. เราจะทำให้ประเทศไทยกลับมีความอุดมสมบูรณ์ มีความชุ่มชื้นได้. ขออย่าไปรังแกป่าเท่านั้นเอง ไม่ต้องทำอะไรมาก...”  

               พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต วันอาทิตย์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๗

ความสำเร็จของโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ

๑. พื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้น

              โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ทำให้เกิดพื้นที่ป่าอนุรักษ์ถาวรที่ประกอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เป็นป่าต้นน้ำลำธารที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดความสมดุลของธรรมชาติ อันจะเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย โดยความร่วมมือของคนไทยทั้งชาติ

               จากการสำรวจพื้นที่ป่าจากภาพถ่ายดาวเทียม  พบว่า  โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ  มีส่วนทำให้พื้นที่ป่าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย  กล่าวคือในปี  ๒๕๓๖  ก่อนเริ่มโครงการฯ ประเทศไทยมีพื้นที่ป่า ๑๓๓,๕๕๒ ไร่  ต่อมาในปี ๒๕๔๓ หลังจากมีการดำเนินโครงการฯ แล้ว  พื้นที่ป่าของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น ๑๖๔,๘๙๗ ไร่ 

               มูลนิธิฯ  มีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศไทย อย่างน้อยในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ  ที่มูลนิธิฯ  เป็นผู้ดำเนินการแล้วเสร็จ ๒ โครงการ  จำนวนทั้งสิ้น ๒๕,๒๐๐ ไร่  และจะเพิ่มขึ้นอีก ๕๔,๘๐๐ ไร่  ในปี ๒๕๕๐ 

๒. สร้างรายได้ให้กับประชาชน

             นอกจากพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นแล้ว   โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ  ยังสร้างงานสร้าง
รายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ปลูกป่าและพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย  กล่าวเฉพาะโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ  ที่ดำเนินการโดยมูลนิธิฯ  ทั้ง ๓ โครงการ  สามารถสร้างงานให้กับประชาชนในพื้นที่จำนวน ๑.๓๐๐ ครอบครัว  สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการฯ  เฉลี่ยแล้วประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อครอบครัวต่อปี


1 2 3 4 5  
 
  Copyright © 2007 The Rajapruek Institute Foundation, All Rights Reserved.