โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ฯ

               เพื่อเป็นการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ 
พระบรมราชินีนาถ  ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้  และสิ่งแวดล้อม  อันเป็นวัตถุประสงค์แรกแห่งการก่อตั้งมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์  ทำให้ตลอดระยะเวลา ๒๐ ปี  มูลนิธิฯ  ได้คิดริเริ่มจัดทำโครงการเพื่อปลูกต้นไม้ถวายเป็นราชสักการะแด่ทั้งสองพระองค์  ดังต่อไปนี้

                โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์
ปีที่ ๕๐
 

                เป็นโครงการที่มูลนิธิฯ  ภาคภูมิใจและถือเป็นเกียรติประวัติหนึ่งที่ได้มีส่วนร่วมพลิกฟื้นคืนผืนป่าต้นน้ำลำธารที่เสื่อมโทรมให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง  จนทำให้ป่าเมืองไทยเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร็ไทย  โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

                ๑. เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้  และสิ่งแวดล้อม 

                ๒. เพื่อสร้างจิตสำนึกให้มวลชนและบริเวณใกล้เคียง มีความรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ที่จะอำนวยประโยชน์ให้กับประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม 

                ๓. เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมให้สมบูรณ์ต่อไป

                ๔. เพื่อให้เกิดการประสานงานและมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้  ระหว่างหน่วยราชการ เอกชนและประชาชนในท้องถิ่น 

                มูลนิธิฯ  ได้มีส่วนร่วมฟื้นป่าต้นน้ำ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ บนพื้นที่ป่าต้นน้ำภาคเหนือ  และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เสื่อมโทรม   ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ – ๒๕๔๓  ทั้งปลูกและดูแลฟื้นฟูสภาพป่าอย่างต่อเนื่อง  รวมพื้นที่ทั้งสิ้น ๒๕,๒๐๐ ไร่  ซึ่งปัจจุบันได้ส่งมอบแก่กรมป่าไม้เพื่อดูแลต่อไปเป็นที่เรียบร้อย  ได้แก่


          ๑. โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ FPT ๓/๒ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย 

          ๒. โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ FPT ๑๕/๒ อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก 

          ๓. โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ FPT ๕, FPT ๗ และ FPT ๙ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ 

          ๔. ความเป็นมาของโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 

          ๕. แนวทางการปลูกป่าของมูลนิธิฯ ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 

 

 
  Copyright © 2007 The Rajapruek Institute Foundation, All Rights Reserved.